Vitamin C - วิตามินซีกับโรคหวัด ภูมิแพ้ และการบำรุงผิว

Last updated: Jun 16, 2017  |  3886 จำนวนผู้เข้าชม  |  Health Info

Vitamin C - วิตามินซีกับโรคหวัด ภูมิแพ้ และการบำรุงผิว

Vitamin C - วิตามินซีกับโรคหวัด ภูมิแพ้ และการบำรุงผิว
 
     วิตามินซี มีคุณประโยชน์หลากหลาย และเป็นหนึ่งในวิตามินพื้นฐานที่ปลอดภัย เมื่อได้รับในปริมาณที่เหมาะสม เนื่องจากวิตามินซีมีคุณสมบัติละลายได้ดีในน้ำ เมื่อร่างกายดูดซึมนำไปใช้แล้วก็จะขับวิตามินซีส่วนเกินออกทางปัสสาวะ ทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการสะสมวิตามินซีในร่างกายมากเกิน
     ร่างกายไม่สามารถผลิตวิตามินซีเองได้ เราจึงต้องรับประทานอาหารที่มีวิตามินซี อย่างเพียงพอ แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบัน การรับประทานอาหาร ผัก ผลไม้ที่สดใหม่และยังคงคุณค่าของวิตามินซี ซึ่งสลายตัวได้ง่ายเมื่อถูกความร้อน ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก จึงมีทางเลือกเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่าง ๆ ออกมาอย่างมากมาย
 
วิตามินซีกับภูมิคุ้มกัน


     ในภาวะที่ร่างกายอ่อนแอ โดยเฉพาะช่วงที่นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดแผลร้อนในสีขาว ๆ ในปาก มีกลิ่นปาก เลือดออกขณะแปรงฟัน จากการศึกษาวิจัยหลายชิ้นพบว่า วิตามินซี อาจช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น โดยวิตามินซีจะกระตุ้นการเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดขาวในการเข้าโจมตีพวกเชื้อโรคได้รวดเร็วขึ้น และยังช่วยทำให้การตอบสนองของภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้นด้วย

     นอกจากนั้นยังพบว่าวิตามินซีปริมาณสูงสามาถช่วยป้องกันการเกิดหวัดได้ในผู้ที่มีปัญหากับการปรับอุณหภูมิร่างกายเมื่อโดนอากาศเย็น ถ้าคุณเป็นหวัดบ่อย ๆ เวลาอากาศเปลี่ยนแปลง วิตามินซีก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดความรุนแรง ระยะเวลา และความถี่ ของอาการหวัดของคุณ

วิตามินซีกับภูมิแพ้


   อาการภูมิแพ้มักเกิดจากสิ่งกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายหลั่งสารฮิสตามีน (Histamine) และก่อให้เกิดอาการแพ้หลายอย่าง เช่น น้ำมูกไหล จาม คันจมูก ผื่นคันตามผิวหนัง ซึ่งมักเป็น ๆ หาย ๆ และอาจเกิดขึ้นได้ตลอดปี หากมีอาการมากขึ้น โดยเฉพาะอาการน้ำมูกไหล จาม ก็อาจทำให้มีการติดเชื้อแทรกซ้อนตามมาและทำให้เกิดโรคไซนัสอักเสบได้ 
     การรับประทานวิตามินซีเป็นประจำสามารถช่วยลดอาการ ที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากวิตามินซีนอกจากจะช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้นแล้ว ยังอาจช่วยลดฤทธิ์การทำงานของสารฮิสตามีนลงได้ ส่งผลให้อาการภูมิแพ้ต่าง ๆ ดีขึ้น


วิตามินซีกับผิวพรรณที่สดใส


     สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้โครงสร้างผิวไม่แข็งแรง หยาบกร้าน หมองคล้ำ ดูไม่สดใส คือ อนุมูลอิสระ (free radicals) ที่ทำลายเซลล์ผิว ทำลายเส้นใยคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิว และทำให้คอลลาเจนเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ วิตามินซีช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (anti-oxidant) และยังเกี่ยวข้องกับคอลลาเจนใต้ผิวซึ่งต้องใช้วิตามินซีในกระบวนการสร้างคอลลาเจน ผิวจึงมีสุขภาพดี ยืดหยุ่น สดใส ไม่หมองคล้ำ


ประโยชน์อื่น ๆ ต่อร่างกาย ของ วิตามินซี
  • มีความจำเป็นต่อการสังเคราะห์ไทรอยด์ ฮอร์โมน ซึ่งควบคุมอัตราการเผาผลาญของร่างกาย
  • มีความจำเป็นต่อการสังเคราะห์สารสื่อประสาท บางกลุ่ม ซึ่งมีความจำเป็นต่อการทำงานของสมอง และส่งผลต่ออารมณ์
  • ช่วยและส่งเสริมให้วิตามินอี ออกฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระได้นานขึ้น
  • ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กจากทางเดินอาหาร


แล้วถ้าจะทานวิตามินซีเสริม ควรทานแบบไหนดี


     กรณีที่เลือกแล้วว่าจะทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินซี ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มี ไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoid) ผสมอยู่  โดยปกติผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินซี ผสมกับไบโอฟลาโวนอยด์ ก็มักจะระบุว่า เป็น Bio vitamin C (แต่เพื่อความชัวร์ควรดูที่ส่วนประกอบไปเลยดีกว่า) ซึ่งไบโอฟลาโวนอยด์นี้จะเสริมฤทธิ์ของวิตามินซี และทำให้วิตามินซีถูกดูดซึมได้ดีขึ้น 


     เนื่องจากวิตามินซี เป็นวิตามินที่สลายตัวได้ง่าย เมื่อโดนแสงความร้อน ความชื้น ควรเลือกวิตามินซีที่บรรจุอยู่ในภาชนะที่สามารถปิดได้สนิท แม้จะเปิดกี่ครั้งก็ตาม และในปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินซีหลายยี่ห้อ ที่ทำออกมาในรูปแบบแผง เพื่อตัดปัญหาการสลายตัวของวิตามินซีเวลาเปิดขวดมารับประทาน แล้วมีโอกาสที่วิตามินซีในขวดจะสลายตัวจาก แสง อากาศภายนอก ทำให้ปริมาณวิตามินซีในเม็ดหลัง ๆ เหลือน้อยลง ไม่เท่าเม็ดแรก ๆ 


รับประทานขนาดเท่าไหร่ดี


           ช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นหวัด ควรรับประทานวิตามินซี 1000-3000 mg ต่อวัน แต่ก็มีหลากหลายความเห็นและความเชื่อว่า การรับประทานมากขนาด 3000 mg ร่างกายก็ไม่สามารถดูดซึมได้หมด ผู้เขียนก็มีความเห็นว่าอาจแบ่งรับประทาน 1000 mg วันละ 1-2 ครั้งก็น่าจะมากพอแล้ว


           คนที่มีอาการภูมิแพ้ ควรรักษาระดับวิตามินซีในร่างกายให้นานกว่าคนทั่วไป เพื่อควบคุมอาการภูมิแพ้ น้ำมูกไหล จาม ผื่นแพ้ ควรได้รับวิตามินในรูปแบบที่ค่อย ๆ ปลดปล่อยวิตามินซี 500 mg เช้า-เย็น กลุ่มคนที่ได้รับวิตามินซีจากอาหารไม่เพียงพอ บำรุงร่างกายทั่วไป ควรรับประทานวันละ 500 - 1000 mg


     ที่สุดแล้ว ถึงแม้จะมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินซีมากมายเป็นทางเลือกสำหรับชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบัน แต่หากเราไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา สถานที่ ทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือการรับประทานผัก ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงเป็นประจำ ซึ่งหาได้ง่าย อย่างเช่น ฝรั่ง ส้ม ผลไม้รสเปรี้ยวต่าง ๆ ผักชี ฯลฯ นอกจากจะได้รับวิตามินซีแล้วก็ยังช่วยประหยัดเงินจากการซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และได้ประโยชน์จากวิตามินอื่น ๆ, แร่ธาตุ, กากใย อีกด้วย 

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก https://thaihealthreview.blogspot.com/2013/01/vitamin-c.html

 

Powered by MakeWebEasy.com